ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ต้น เป็นไม้ยืนต้น ทรงพุ่มกลม
กิ่งอ่อนมีขนนุ่ม ปกคลุมอยู่ลำต้นสูงประมาณ15 เมตร
ใบ มีขนาดใหญ่หรือยาวรี
ตรงปลายใบจะแหลม ขอบใบมีรอยหยักคล้ายฟันเลื่อย ใบอ่อนจะมีขนอ่อนนุ่มสั้นๆ
ปกคลุมอยู่ทั้ง2ด้าน
ดอก ออกเป็นช่อคล้ายร่ม มีสีขาวหรือชมพูเข้ม
ช่อหนึ่งมีประมาณ3-7 ดอกมีกลีบเลี้ยงเป็นรูปสามเหลี่ยมอยู่5กลีบ กลีบดอกอีก5กลีบ เกสรตัวผู้มีจำนวนมาก
เกสรตัวเมียมีอยู่5อัน รังไข่จะอยู่ต่ำกว่าส่วนต่างๆของดอก
ผล มีลักษณะเป็นทรงกลมออกจะแบนเล็กน้อย
ผลโตส่วนตรงขั้ว และก้นของผลนั้นมีรอยบุ๋มเข้า
แอปเปิ้ล
|
ชื่อท้องถิ่น
|
แอปเปิ้ล (ไทย) ผิ่งก้วย (จีน-แต้จิ๋ว)
|
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ |
Pyrus malus Linn. |
|
วงศ์ |
ROSACEAE |
|
ชื่อสามัญ |
apple |
|
ลักษณะ |
เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดสูงประมาณ 15 เมตร มีขนนุ่มปกคลุมที่กิ่งก้าน ใบ เป็นใบเดี่ยว ค่อนข้างใหญ่มีรอยหยักคล้ายฟันเลื่อยยาวประมาณ 9-25 ซม. กว้างประมาณ 5-14 ซม. ดอก ออกเป็นช่อ คล้ายร่ม กลีบดอกสีขาวหรือชมพู มีดอกประมาณ 3-7 ดอกต่อหนึ่งช่อ แต่ละดอกมีกลีบดอก 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้อยู่เป็นจำนวนมาก ผล รูปร่างกลม ผลมีมีรอยบุ๋มบริเวณขั้วและก้น |
|
ส่วนที่นำมาเป็นยา |
ใบ ผล เปลือกผล |
|
สารเคมีและสารอาหารสำคัญ |
มีกรดอินทรีย์ มีวิตามินเอและซี มีฟอสฟอรัส เกลือโปตัสเซียม และแคลเซียม นอกจากนั้นยังพบว่าผลของแอปเปิ้ลนั้นมีคาร์โบไฮเดรทที่ละลายน้ำเป็นส่วนใหญ่ ส่วนจะมีน้ำตาลมากน้อยนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของแอปเปิ้ล |
|
สรรพคุณทางยา และวิธีใช้ |
|
การปลูกแอปเปิ้ล
แอปเปิลเป็นไม้ผลเมืองหนาวประเภทผลัดใบ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดทางยุโรป แหล่งปลูกที่สำ
คัญๆ ของโลก คือ
ทวีปอเมริกา ยุโรปทางแถบเอเซียก็มี
เช่น โซเวียต จีน ญี่ปุ่น รวมทั้งออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ด้วย สำ หรับประเทศไทยนั้น
เพิ่งจะถูกนำ เข้ามาปลูกไม่กี่ปีนี้เองลักษณะต้นและใบ
เป็นไม้เนื้อแข็ง รูปร่างของยอดที่เจริญเต็มวัยจะแตกต่างไปตามชนิด
และตามพันธุ์ โดยทั่วไปต้นแอปเปิลมีรูปร่างเกือบเป็นทรงกลม
แต่บางพันธุ์ก็มีลักษณะสูงชลูด บางพันธุ์ก็มีลักษณะเป็น
พุ่มแจ้ ใบเป็นใบเดี่ยวเขียวสลับกันและขอบเป็นหยัก
ผลคล้ายชมพู่มีรอยเป็นปุ๋มทางด้านขั้นและก้นผล แต่ไม่ลึกนักมีสีผิว
ต่างกันตั้งแต่สีเหลืองคลํ่าจนถึงนํ้าตาลแดงเข้ม
เนื้อมักจะมีสีขาวหรือขาวนวลซึ่งมีลักษณะหยาบ แอปเปิลเป็นพืชในสกุล
Rosaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า
Malus domestica
สภาพดินฟ้าอากาศ
แอปเปิลเป็นไม้ผลเมืองหนาวที่ต้องการอากาศหนาวเย็นอันยาวนาน
โดยจะทำ ให้ระยะพักตัวยุติลง โดยอุณหภูมิ
ที่เหมาะสมคือ 60-85 องศาฟาเรนไฮต์
ถ้าอุณหภูมิตํ่ากว่า 20 องศาฟาเรนไฮต์ จะเป็นอันตรายต่อระบบรากอย่างรุนแรง
สำ หรับดินที่เหมาะสมกับการปลูกแอปเปิล
ควรเป็นดินร่วนปนทรายมีความเป็นกรด-ด่างประมาณ 5.0-6.8แต่แอปเปิล
ไม่ชอบดินที่มีนํ้าขังบริเวณราก
พันธุ์แอปเปิ้ล
พันธุ์แอปเปิล มีประมาณ 2,000 พันธุ์ แต่ที่ดีและนิยมปลูกมีเพียง
4 พันธุ์ คือ
1. พันธุ์แอนนา เป็นพันธุ์ที่ผสมขึ้นมาในประเทศอิสราเอลเมื่อผลแก่จัดจะมีสีเหลืองสดขนาด
ใหญ่ปานกลาง รูปผลค่อนข้างยาว
2. พันธุ์เอนเชเมอ ผลค่อนข้างกลมขนาดเล็กว่า
แอนนา เล็กน้อย สีเหลืองจัด ทั้ง 2 พันธุ์นี้
ปลูกที่ดอยอ่างขางเริ่มจะให้ผลแล้ว
3. พันธุ์ โรม บิวตี้
เป็นพันธุ์ที่ปล่อยละอองเรณูหลังจากที่ออกช่อดอกเร็วที่จะu3626 สามารถรับเชื้อ
ได้ ดังนั้น พันธุ์นี้จึงไม่มีประโยชน์ที่จะใช้เป็นตัวถ่ายละอองเรณูแก่พันธุ์อื่นๆ
ได้
4. พันธุ์ แกลนด์ อเลกเซนเตอร์
การขยายพันธุ์
การขยายพันธุ์แอปเปิลทํ าได้หลายวิธี
เช่นการติดตา ตัดกิ่ง วิธีการทํ าก็เริ่มจากเตรียมต้นตอ ซึ่งอาจจะได้มาจากการ
ตอนหรือปักชํ า แต่มีวิธีการเตรียมต้นตอซึ่งจะได้จํ
านวนมากและระยะเวลารวดเร็วก็คือ ทํ าโดยปลูกแอปเปิลลงไปก่อน แล้ว
ตัดต้นแอปเปิลให้เหลือแต่ตอ ตอจะแตกกิ่งก้านสาขาออกมามากมาย
เราจึงใช้ดินกลบโคนต้น กิ่งเหล่านั้นก็จะแตกรากออกมา
เมื่อรากออกดีแล้วก็ทํ าการขุดย้ายเอาไปปลูกต่อไป
ต้นตอที่ใช้ในประเทศไทยคือพันธุ์ เอ็ม เอ็ม 106 ซึ่งเป็นพันธุ์ที่ค่อนข้างแคระ
และสามารถขยายพันธุ์ได้ง่ายและรวดเร็ว นอกจากนี้ก็ยังมีไม้ป่าที่ใช้เป็นต้นตอได้ดี
เช่น มะระขี้หนู กล้วยฤาษี ก่อเป็นต้น
การปลูกและการปฏิบัติดูแลรักษา
การปลูกแอปเปิลมีระบบการปลูกเป็น 2 แบบ คือ
1. ระบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ในระบบสี่เหลี่ยมผืนผ้า
จะปลูกต้นไม้เป็นมุมฉากต่อกันอยู่แต่ละมุมของสี่เหลี่ยมผืนผ้า
เหมาะสำ หรับปลูกไม้แซมทำ ให้พรวนดินได้ 2 ทาง สะดวกในการดูแลรักษา
และต้นแอปเปิลจะได้รับแสงแดด
มากที่สุด
2. ระบบแนวระดับ ส่วนระบบแนวระดับจะปลูกตามแนวระดับทางเดียวและมักจะคดเคี้ยวไปตามระยะทาง
ห่างกันอีกด้านเป็นระยะจำ กัด ระบบนี้ช่วยลดการสึกกร่อนของดินเหมาะกับพื้นที่ที่เป็นเนินเขาหรือที่ลาดชัน
การเตรียมดิน
ก็เหมือนกับการปลูกไม้ผลทั่วไป โดยขุดหลุมขนาด 1x1x1 เมตร กองดินดินบนไว้กองหนึ่ง
และดินชั้นล่างไว้
อีกกองหนึ่ง นำ ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกเก่า
ๆ เทใส่ลงไปขนาดพอ ๆ กับกองดินบน ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันจากนั้นจึง
ค่อยเอาดินล่างกลบลงไปให้มีระยะสูงกว่าปากหลุมเล็กน้อยนำ
ต้นตกลงปลูกได้แล้วกลบดินบริเวณโคนต้นให้แน่น
พอควรระยะปลูกที่เหมาะสม 3x3 เมตร หรือ
4x4 เมตร ในพื้นที่ 1 ไร่ จะได้ประมาณ
100-177 ต้นฤดูกาลที่ปลูก ควร
ทำ ในขณะที่อยู่ในช่วงพักตัว คือช่วงฤดูหนาว
ซึ่งในช่วงนี้ต้นพืชจะได้รับการกระทบกระเทือนจากการขุดย้ายน้อยที่สุด
การให้ปุ๋ย
จะให้ประมาณ 2 ครั้งต่อปี โดยในช่วงเริ่มออกดอกจะให้สูตร
13-13-21 และในช่วงหลังเก็บเกี่ยวและตัดแต่งจะให้
สูตร 15-15-15 ส่วนอัตราที่ใช้ก็แล้วแต่ขนาดและอายุu3586
ของการเจริญเติบโต วิธีการให้ปุ๋ยก็ทำ โดยพรวนดินบริเวณ
รอบทรงพุ่มแล้วโรยปุ๋ยลงบนบริเวณที่พรวน
จากนั้นก็ให้นํ้าตามลงไปสำ หรับวิธีการต่าง ๆ ที่จะช่วยให้แอปเปิลมีดอกและ
ผลก็มีการศึกษาทดลองกันมากมาย เช่นในประเทศอินโดนีเซียใช้การโน้มกิ่งและปลิดใบ
เพื่อบังคับให้ตาแตก จากวิธีนี้จะ
ทำ ให้แอปเปิลออกผลได้ 2 ครั้งต่อปี
การตัดแต่งกิ่ง
การตัดแต่งกิ่งจะนิยมทำ กันในช่วงที่ต้นแอปเปิลพักตัวคือในฤดูหนาว
ซึ่งในช่วงนี้เป็นช่วงที่แอปเปิลทิ้งใบจะ
สะดวกในการตัดแต่งกิ่งมาก
การปลิดผล
เมื่อแอปเปิลติดผลมากเกินไปก็จะทำ ให้ได้ขนาดผลที่เล็กและอาจเป็นอันตรายแก่ต้นได้
เพราะใช้อาหารจากต้นมาก
ดังนั้น จึงต้องมีการปลิดผลออกบ้าง
โดยคำ นึงถึงความแข็งแรงของต้น กิ่งและใบโดยปกติแล้วใบที่จะปรุงอาหารมาเลี้ยงผล
ไม่ควรตํ่ากว่า 40 ใบต่อ 1 ผล
การห่อผล
แอปเปิลที่ปลูกอยู่เราใช้กระดาษห่อผลตั้งแต่เมื่อผลยังมีขนาดเล็กอยู่ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันแมลงที่อาจจะมาเจาะผลทํ
าลาย
และการห่อผลยังช่วยให้สีผลแอปเปิลสวยสดกว่าด้วย
การปลูกพืชคลุมดิน
ในการทำ สวนแอปเปิลมีความจำ เป็นต้องทำ
ในที่ที่มีอากาศเย็นหรือสภาพภูเขาสูง สิ่งที่จำ เป็นคือ พืชคลุมดิน
โดยจะช่วยลดการชะล้างหน้าดินและยังช่วยเก็บ
ความชุ่มชื่นของดินให้อยู่ได้นานทำ ให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้นด้วย
พืชที่ใช้ได้ดีบนดอยอ่างขาง คือ เดสโมเดียม
เป็นพืชตระกูลถั่วสามารถเจริญเติบโตได้ดี
โรคและแมลง
การปลูกแอปเปิลในเมืองไทยขณะนี้มีศัตรูที่สำ
คัญ คือ นก ซึ่งจะจิกผลแอปเปิลให้เกิดตำ หนิเสียหาย ส่วนศัตรูอื่นๆ
เช่น โรคและแมลงก็มีบ้างแต่ยังไม่ทำ
ความเสียหายมากนัก
การเก็บเกี่ยว
แอปเปิลที่ปลูกในประเทศไทยคือที่ดอยอ่างขาง
จะเริ่มออกดอกประมาณเดือน -กุมภาพันธ์และจะเริ่มเก็บผลได้ประมาณ
ต้นเดือนมิถุนายน การเก็บต้องระมัดระวังให้มีการกระทบกระเทือนน้อยที่สุด
เพื่อป้องกันการชอกชํ้าเสียหายอันจะทำ ให้
ราคาตํ่าได้ หลังจากเก็บแล้วก็นำ บรรจุหีบ
เพื่อส่งตลาดต่อไป
ประโยชน์จากการปลูกแอปเปิ้ล
แอปเปิลเป็นไม้ผลที่นิยมรับประทานผลสด
ราคาจำ หน่ายก็สูงประมาณ 12-15บาท
นอกจากนี้ยังสามารถเอาไปทำ
ไซเดอร์ และบางพันธุ์ยังนำ ไปทำ อาหารคาวหวานได้หลายชนิดเช่น
ไพน์ แยม เป็นต้น
ประโยชน์
สรรพคุณ / ประโยชน์ของแอปเปิ้ล
คุณค่าโภชนาการเมื่อกินโดยไม่ปอกเปลือกจะมีพลังงาน 80 แคลอรี วิตามินบี 6 เท่ากับ 0.1 มิลลิกรัม วิตามินซี 7.9 มิลลิกรัม เหล็ก 0.2 มิลลิกรัม ทองแดง 0.1 มิลลิกรัม และโพแทสเซียม 158.7 มิลลิกรัม หากปอกเปลือกปริมาณสารสำคัญต่าง ๆ ก็จะลดลงไปจากที่กล่าวไว้
แอปเปิ้ลมีสารสำคัญคือ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ คือ เพคตินมีกรด 2 ชนิด คือ กรดมาลิคและกรดทาร์ทาริกช่วยในการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนและไขมัน นอกจากนั้นยังมีการกล่าวถึงสรรพคุณ บำรุงหัวใจ ลดคลอเลสเตอรอล ลดความดัน ควบคุมปริมาณน้ำตาลในเลือด กระตุ้นการทำงานของสารต้านอนุมูลอิสรและฆ่าเชื้อไวรัส
บทความในวารสารการแพทย์สหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2470 ยกให้แอปเปิ้ลเป็นผลไม้เหมาะสำหรับผู้ป่วยภาวะเลือดเป็นกรดไขข้อรูมาติก เกาต์ ดีซ่าน และอื่น ๆ
แอปเปิ้ลยังช่วยควบคุมน้ำหนักเพราะมีแป้งและน้ำตาลถึง 75% ซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวที่ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ในเวลาไม่เกิน 10 นาที ดังนั้นความอยากอาหารจึงลดลงทั้งทำให้ไม่รู้สึกหงุดหงิดและอ่อนเพลียระหว่างรอเวลาอาหารมื้อใหญ่ แต่แอปเปิ้ลผลสด ๆ เท่านั้นที่มีสรรพคุณนี้ การดื่มน้ำแอปเปิ้ลไม่ทำให้หายหิวแต่จะทำให้น้ำหนักเพิ่มด้วย
กิน แอปเปิ้ลวันละ 2-3 ผลช่วยลดปริมาณคลอเลสเตอรอลในเส้นเลือด แต่จะได้ผลมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แอปเปิ้ลลดคลอเลสเตอรอลในผู้หญิงได้ดีกว่าผู้ชาย
คณะวิจัยมหาวิทยาลัยพอลซาบาทิเอร์ เมืองตูลูส ฝรั่งเศส
ทดลองในอาสาสมัครวัยกลางคนทั้งผู้หญิงและผู้ชาย 30
คน โดยให้กินอาหารเหมือนเดิมทุกประการ แต่กินแอปเปิ้ลด้วยวันละ 3
ผล ทุกวัน เป็นเวลา 1 เดือน พบว่าอาสาสมัคร 24
คน มีปริมาณคลอเลสเตอรอลในเลือดลดลง บางคนลดมากกว่า 10% และเมื่อกรดในทางเดินอาหารย่อยสลายไขมันแยกคลอเลสเตอรอลออกมาแล้ว
เพคตินจะคอยดักจับคลอเลสเตอรอลเหล่านั้นนำไปทิ้งก่อนจะถูกดูดกลับเข้าสู่ร่างกายเป็นการขจัดคลอเรสเตอรอลออกไป
แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานและผู้ต้องการควบคุมน้ำตาลในเลือด ปกติเมื่อกินอาหารเข้าไปอาหารแต่ละชนิดจะย่อยสลายและดูดซึมผ่านผนังกระเพาะลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดจะเพิ่มช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของอาหารนั้น เช่น ถ้ากินน้ำผึ้งน้ำตาลในเลือดจะขึ้นฮวบฮาบทันที แต่สำหรับแอปเปิ้ลถึงจะมีน้ำตาลธรรมชาติในเนื้อแอปเปิ้ลมากแต่ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ เท่านั้น และยังพบว่าคนที่กินอาหารที่มีไฟเบอร์มาก ๆ มีโอกาสเกิดเบาหวานต่ำกว่าคนที่กินน้อยและสำหรับคนที่เป็นเบาหวานอยู่แล้วไฟเบอร์จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วย แอปเปิ้ลมีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำสูงมาก
แอปเปิ้ลเป็นผลไม้ที่เหมาะกับผู้ป่วยเบาหวานและผู้ต้องการควบคุมน้ำตาลในเลือด ปกติเมื่อกินอาหารเข้าไปอาหารแต่ละชนิดจะย่อยสลายและดูดซึมผ่านผนังกระเพาะลำไส้เข้าสู่กระแสเลือด ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดจะเพิ่มช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของอาหารนั้น เช่น ถ้ากินน้ำผึ้งน้ำตาลในเลือดจะขึ้นฮวบฮาบทันที แต่สำหรับแอปเปิ้ลถึงจะมีน้ำตาลธรรมชาติในเนื้อแอปเปิ้ลมากแต่ทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างช้า ๆ เท่านั้น และยังพบว่าคนที่กินอาหารที่มีไฟเบอร์มาก ๆ มีโอกาสเกิดเบาหวานต่ำกว่าคนที่กินน้อยและสำหรับคนที่เป็นเบาหวานอยู่แล้วไฟเบอร์จะช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดด้วย แอปเปิ้ลมีไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำสูงมาก
ประโยชน์ของแอ๊ปเปิ้ล โดยแบ่งตามสีดังนี้
อิลาสตินและคอลลาเจนที่ดีต่อสุขภาพผิวด้วย
2. แอ๊ปเปิ้ลสีชมพู มีสารฟิโนลิกมากที่สุดในบรรดาแอ๊ปเปิ้ลด้วยกัน
ซึ่งสารนี้ช่วยยับยั้งการเกิดฝ้าและชะลอความแก่
นอกจากนั้นยังมีฟลาโวนอยด์ที่ช่วยเพิ่มการดูดซึมวิตามินซี
ทำให้ผนังหลอดเลือดฝอยแข็งแรง ลดการอักเสบ ลดไข้
รวมทั้งช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย
3. แอ๊ปเปิ้ลสีเขียว มีรสเปรี้ยวอมหวาน
ช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักได้ดี เพราะการกิน
แอ๊ปเปิ้ลสีเขียวนอกจากจะได้รับน้ำตาลน้อยแล้ว ยังมีอิลาสตินและคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิว
แข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี
แอ๊ปเปิ้ลสีเขียวนอกจากจะได้รับน้ำตาลน้อยแล้ว ยังมีอิลาสตินและคอลลาเจนที่ช่วยให้ผิว
แข็งแรงและยืดหยุ่นได้ดี
4. แอ๊ปเปิ้ลสีเหลือง มีประโยชน์ต่างจากสีอื่นๆ
โดยมีสารเควอร์ซิตินที่ช่วยลดความเสี่ยง ต่อการเกิดโรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจ
และต้อกระจก
ประโยชน์ของเปลือกแอปเปิ้ล
นั้นมีค่ามากกมายไม่เฉพาะแต่ในเนื้อของ
แอปเปิ้ลเท่านั้น คุณรู้หรือไม่ว่าใน ประโยชน์ของเปลือกแอปเปิ้ล
นั้นมีสารฟลาโนอยด์สูงซึ่งเจ้าสารตัวนี้มีหน้าที่ในการปฏิบัติการล้างพิษใน ร่างกายอีกทั้งยังช่วยป้องกันโมเลกุลและต้านอนุมูลอิสระอีกด้วย
ที่สำคัญไปยิ่งกว่า คือ ประโยชน์ของเปลือกแอปเปิ้ล
ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ซึ่งเป็นปัญหาต้นๆ ของโรคในปัจจุบัน
ฉะนั้นเมื่อรู้ถึงคุณค่าและประโยชน์ของเปลือกแอปเปิ้ลแล้วก็อย่าลืมที่จะ
หันมารับประทานเปลือกแอปเปิ้ลกันบ้างนะค่ะ
เมื่อเวลาที่ซื้อแอปเปิ้ลทุกครั้งจงอย่าลืมล้าให้สะอาดและอย่าปลอกเปลือก
เป็นอันขาดเพราะคุณอาจจะทิ้งสารอาหารอันมีคุณค่าที่ดีต่อสุขภาพร่างกายของ คุณนะค่ะ
นักวิทยาศาสตร์โปแลนด์พบอีกว่า หากกินแอปเปิ้ล
ผลไม้ซึ่งเป็นที่ยอมรับกันว่าบำรุงสุขภาพ
ให้ได้วันละหนึ่งลูกจะป้องกันไม่ให้เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรงได้ วารสารวิชา "การป้องกันมะเร็งแห่งยุโรป" แจ้งว่า นักวิจัยได้ศึกษาโดยการให้คนไข้โรคมะเร็งชนิดนั้น
กินแอปเปิ้ลประจำวันอาทิตย์ละ 9.5
หน ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ปรากฏว่าโรคสามารถพัฒนาไปได้น้อยลง
คนไข้รายที่กินแอปเปิ้ลวันละ 1 ลูก โรคจะทุเลาลงในอัตรา 0.65
ส่วนรายที่กินมากกว่านั้น ปรากฏว่า
อันตรายของโรคจะลดลงได้ประมาณถึงครึ่ง
พวกเขาเชื่อว่าคุณสมบัติในด้านป้องกันของมันคงมาจากการที่มีสาร ฟลาโวนอยด์สูงมันทำหน้าที่เป็นตัวล้างพิษมีอยู่อย่างอุดมในเปลือกของ
แอปเปิ้ล
ช่วยป้องกันโมเลกุลหรืออนุมูลอิสระไม่ให้ทำอันตรายเนื้อเยื่อและยังยับยั้ง
อาการตั้งต้นของโรคและการเติบโตกับขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วของเซลล์ด้วย
นักวิจัยยังได้แนะนำว่า เนื่องจากสารต่อต้านอนุมูลอิสระจะรวมกันอยู่ตามเปลือกมากกว่าในเนื้อถึง
5 เท่า ดังนั้น
เวลากินจึงไม่ควรปอกเปลือกล้างน้ำให้สะอาดอย่างเดียวก็พอ








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น